กำลังโหลดข้อมูล...

บุรีรัมย์ – เตือนภัยชาวบุรีรัมย์! อุทาหรณ์จำนำรถเต๊นท์ดังแล้วไม่ได้คืน กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์และสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากที่มีผู้เสียหายหลายรายออกมาร้องเรียนกรณีนำรถยนต์ไปจำนำกับเต๊นท์รถมือสองชื่อดังในพื้นที่ แต่เมื่อถึงเวลาไปติดต่อขอไถ่ถอนกลับถูกปฏิเสธ ซ้ำร้ายบางรายยังเจอพฤติกรรมสุดช้ำใจเมื่อผู้รับจำนำอ้างว่า “ชำแหละขายอะไหล่ไปหมดแล้ว” ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เปิดพฤติการณ์สุดช้ำ: จำนำหลักหมื่น จะไถ่คืนโดนเรียกหลักแสน

เตือนภัยชาวบุรีรัมย์! อุทาหรณ์จำนำรถเต๊นท์ดังแล้วไม่ได้คืน จากข้อมูลรายงานเหตุการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายปุญญพัฒน์ ลัทธิวาจา อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีกับ นายฉัตรชัย มีนารัมย์ กับพวก เจ้าของร้าน “ฉัตรชัยคาร์เซ็นเตอร์” ตั้งอยู่เลขที่ 547 ม.1 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ (พิกัดบริเวณโคกวัด เยื้องปั๊ม ปตท.)

โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ผู้เสียหายได้นำรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมิกซ์ สี่ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กน 806 บุรีรัมย์ ไปจำนำไว้ โดยตกลงวงเงินกันที่ 45,000 บาท ทว่าถูกหักดอกเบี้ยล่วงหน้า 1 เดือน เป็นเงิน 4,500 บาท และหักค่าจอดรถอีก 1,500 บาท ทำให้ได้รับเงินสดกลับไปจริงเพียง 39,000 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายได้ติดต่อเพื่อขอชำระดอกเบี้ย แต่กลับถูกทางร้านปฏิเสธ โดยอ้างว่ารถยนต์คันดังกล่าว “หลุดจำนำไปแล้ว” และเมื่อผู้เสียหายเดินทางไปเจรจาที่ร้านเพื่อขอไถ่ถอนรถคืนในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ทางร้านกลับแจ้งคำตอบสุดช็อกว่า “ชำแหละขายเป็นอะไหล่ไปหมดแล้ว” พร้อมยื่นเงื่อนไขว่า หากต้องการรถคืน ต้องนำเงินมาไถ่ถอนสูงถึง 130,000 – 150,000 บาท ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมาก

ส่องความคืบหน้าทางคดี: ผู้ต้องหาปฏิเสธ อ้างเป็นการฝากขาย

ภายหลังเกิดเหตุ เตือนภัยชาวบุรีรัมย์! อุทาหรณ์จำนำรถเต๊นท์ดังแล้วไม่ได้คืน พล.ต.ต. ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับเรื่องและสั่งการทันทีให้ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดำเนินการสอบสวนอย่างรอบคอบและเร่งหาข้อเท็จจริง โดยความคืบหน้าล่าสุดมีดังนี้:

  1. พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้เรียบร้อยแล้ว
  2. ได้ออกหมายเรียก นายฉัตรชัย มีนารัมย์ มาสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้น นายฉัตรชัยฯ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นการรับจำนำรถ แต่เป็นเพียง “การรับฝากรถเพื่อขายดาวน์ต่อ” และอ้างว่าได้คืนรถให้ผู้แจ้งไปแล้ว พร้อมส่งภาพถ่ายการคืนรถและเอกสารประกอบให้ตำรวจ
  3. ตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการขายรถมือสองถูกต้องตามกฎหมาย
  4. นายฉัตรชัยฯ ให้การเพิ่มเติมว่า ตนไม่ได้มีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง และปฏิเสธเรื่องการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า โดยระบุว่าจ่ายเงินสดให้เต็มจำนวน 45,000 บาท

ขณะนี้ คดียังคงมีประเด็นขัดแย้งที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงที่แท้จริง โดยมี พ.ต.ต.วัฒนา อาจสาลี สว.(สอบสวน) และ พ.ต.ท.วิเชียร พรหนองแวง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นผู้รับผิดชอบคดี

พลังโซเชียลแฉซ้ำ! พบทำมานานนับปี เหยื่ออื้อ

เรื่องราวดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเคสเดียว เพราะล่าสุดบนสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊กของคุณ Supatcharee Kongreng ได้ออกมาโพสต์ข้อความเชิญชวนให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยตกเป็นเหยื่อของเต๊นท์รถแห่งนี้มารวมตัวกัน โดยระบุว่า:

“มีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนมายื่นเอกสาร เกี่ยวกับจำนำรถ (ไปไถ่แล้วไม่ได้คืน) เต๊นท์ดังกล่าวกระทำเช่นนี้หลายเคส ใครมีเบาะแส หรือเคยได้รับความเดือดร้อน ต้องการร้องทุกข์ แจ้งมาได้เลย ไม่ประสงค์ออกสื่อก็ได้ ผ่านมากี่ปีก็รับค่ะ… เคสนี้เรื่องผ่านมา 7 ปีแล้วก็มี อย่าปล่อยให้มันลอยนวล มันทำจนคนอื่นเดือดร้อนไปทั่ว ไม่เกรงกลัวกฎหมาย”

พร้อมทั้งมีการระบุให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งเรื่องไปยังเฟซบุ๊กของ สส.สนอง เทพอักษรณรงค์ เพื่อผสานงานช่วยเหลืออีกแรงหนึ่งด้วย

ฝากเตือนภัยเป็นอุทาหรณ์

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจชาวบุรีรัมย์และประชาชนทั่วไปที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน และคิดจะนำทรัพย์สินหรือรถยนต์ไปจำนำกับเต๊นท์รถหรือบุคคลภายนอก ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือ สัญญาการกู้ยืม และข้อกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการนอกระบบที่เอารัดเอาเปรียบ จนต้องสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าสูงไป

หากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากการจำนำรถ หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าว สามารถเดินทางเข้าแจ้งเรื่องได้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หรือโทรติดต่อสายตรงที่เบอร์ 044-602215 หรือติดต่อผู้รับผิดชอบคดีโดยตรง โทร. 081-790-5317 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน

Leave A Reply

Exit mobile version