เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานมาอย่างยาวนาน กรณี “เต็นท์รถสมบูรณ์” และ “นิ่มนวลยนตรการ” ในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ หลังร่วมกันฉ้อโกงประชาชนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง จนมีผู้เสียหายเกือบ 300 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท
บทสรุปแห่งความยุติธรรม จำคุก 318 ปี
ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกเจ้าของเต็นท์รถสองสามีภรรยา ในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน รวมหลายกรรมหลายวาระ โดยตัดสินลงโทษจำคุกคนละ 318 ปี อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายไทยเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จะสามารถจำคุกจริงได้ไม่เกิน 20 ปี
ทางด้านกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาต่างแสดงความดีใจและระบุว่า “ความยุติธรรมมีจริง” หลังจากต้องต่อสู้คดีมาอย่างยากลำบากนานกว่า 10 ปี บางรายถึงขั้นหมดตัว ครอบครัวแตกแยก หรือต้องเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้รับความเป็นธรรม
ย้อนรอยพฤติการณ์ กลโกงเต็นท์รถดัง
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2562 โดยพฤติการณ์ของเต็นท์รถดังกล่าวจะใช้วิธีหลอกล่อประชาชนในหลายรูปแบบ เช่น:
- การแลกเปลี่ยนรถ: นำรถเก่ามาเทิร์นรถใหม่แต่ไม่ปิดยอดไฟแนนซ์ให้ ทำให้ผู้เสียหายถูกฟ้องร้องจากสถาบันการเงิน
- การซื้อดาวน์: หลอกซื้อรถที่ยังติดไฟแนนซ์โดยรับปากจะผ่อนต่อ แต่กลับนำรถไปขายทอดตลาดโดยไม่ชำระค่างวด
- การปลอมแปลงเอกสาร: พบการสวมทะเบียนและใช้เอกสารเท็จในการทำธุรกรรม
การต่อสู้ของภาคประชาชน
ความสำเร็จของคดีนี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้เสียหายที่ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รวมถึงการช่วยเหลือทางกฎหมายจาก “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ที่เข้ามาเป็นตัวแทนเร่งรัดสำนวนคดีที่ยืดเยื้อมานานจนอัยการสั่งฟ้องในที่สุด
คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขายรถยนต์มือสอง ให้ตรวจสอบประวัติเต็นท์รถและเอกสารการโอนให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการฉ้อโกงในลักษณะนี้อีก
