เตือนถูกงูกัด ช่วงฤดูฝนแบบนี้… แหล่งอาหารตามธรรมชาติสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์พากันออกหาของป่ากันคึกคัก แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษนอกจากยุงและแมลงสัตว์กัดต่อยแล้ว ก็คือ “งูพิษ” ที่มักจะชุกชุมเป็นพิเศษในหน้านี้
ล่าสุดทำเอาวงการแพทย์แทบเป็นลม! เมื่อ คุณหมอสุดหล่อ “หมอสุขสันต์ ปิ่นสุวรรณ” ได้ออกมาโพสต์ภาพอุทาหรณ์เตือนภัยผ่านโซเชียล หลังเจอคนไข้ถูกงูกัดแล้วใช้เชือกรัดแขนมาแน่นจนเนื้อเปลี่ยนสี โดยคุณหมอฝากเตือนด้วยความห่วงใยว่า:
“หมอจะเป็นลม! งูกัดห้ามลัดแขนมาเด็ดขาด ไม่ได้ช่วยป้องกันพิษเข้าหัวใจเลย แขนจะขาดเลือด อาจจะได้ตัดแขนด้วยเด้อ!”
❌ 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ “ห้ามทำเด็ดขาด” เมื่อถูกงูกัด
- ห้ามขันชะเนาะ (รัดแน่นจนชีพจรไม่เดิน): การเอาเชือกหรือผ้ามามัดเหนือบาดแผลแน่นๆ ไม่ได้ช่วยหยุดพิษงู แต่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่ได้ เนื้อเยื่อจะตาย และเสี่ยงต่อการต้อง “ตัดแขนหรือตัดขา” ในที่สุด
- ห้ามกรีดแผล: การใช้มีดกรีดแผลเปิดจะยิ่งทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น และทำให้เลือดออกไม่หยุด
- ห้ามใช้ปากดูดพิษ: นอกจากจะไม่ช่วยลดพิษแล้ว เชื้อโรคจากปากอาจทำให้แผลติดเชื้อรุนแรงกว่าเดิม
แนะนำวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและปลอดภัย
หากคุณหรือคนใกล้ตัวพลาดท่าถูกงูกัดในป่า ขอให้ตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
- ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด (ถ้ามี) เพื่อล้างสิ่งสกปรกและคราบพิษส่วนเกินออก
- พยายามเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด หากทำได้ให้ใช้ไม้กระดานหรือผ้าดามไว้ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ เพื่อชะลอการซึมซับพิษ
- จดจำลักษณะของงู (สี ลาย ขนาด หรือหัวงูเป็นเหลี่ยม/มน) หากตีงูตายแล้วให้นำซากงูมาให้แพทย์ดูด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถจ่ายเซรุ่มแก้พิษได้อย่างถูกต้องและตรงกับชนิดของงู
- รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
คาถาสำคัญจำให้ขึ้นใจ: “งูกัด ล้างแผล อยู่นิ่งๆ ดิ่งไปหาหมอ (ห้ามมัดแน่น)” ฤดูฝนนี้ ออกหาของป่าด้วยความระมัดระวัง ใส่รองเท้าบูทยาว และพกไม้คอยตีพุ่มไม้เพื่อไล่งูก่อนเดินผ่าน เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองครับ!
