จยย.พุ่งชนพ่วงดับ เกิดอุบัติเหตุสลด รถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงที่จอดเสียอยู่ข้างทาง ส่งผลให้ชายวัย 60 ปี เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสังเกต จุดเกิดเหตุเป็นช่วงถนนมืดไม่มีไฟส่องสว่างยาวกว่า 400 เมตร หวั่นซ้ำเติมความเสี่ยงอุบัติเหตุ

เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 29 เมษายน 2569 พื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ร.ต.ท.อานนท์ ไชยเลิศ พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วงที่จอดเสียอยู่บริเวณทางเลี้ยวเข้าถนนสาย 2117 ตะโก–ละหานทราย จึงรุดตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงจอดอยู่ริมทาง และมีรถจักรยานยนต์พ่วงข้างชนอัดท้ายอย่างแรง ใกล้กันพบนายชุมพล นานคำ อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถามนายพรเทพ ดวงสวัสดิ์ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี คนขับรถบรรทุก ให้การว่า รถเกิดปัญหาที่ล้อหน้า จึงจอดรอช่างตั้งแต่ช่วงเช้า และกำลังเตรียมนำไฟมาติดท้ายรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยได้วางกรวยเตือนไว้แล้ว กระทั่งได้ยินเสียงชนดังสนั่นจึงลงมาตรวจสอบ

ขณะที่นายสุรชัย หาริตะวัน อายุ 44 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ถนนช่วงดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 400 เมตรที่ไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี โดยเฉพาะในเวลากลางคืน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องไฟส่องสว่างบนถนนยังเป็นที่ถกเถียง หลังมีแนวทางปรับลดการใช้พลังงานในบางพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถสิบล้อในเวลากลางคืน มักเกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายด้าน ดังนี้ครับ:

1. ด้านทัศนวิสัยและการมองเห็น (Visibility)

  • แสงสว่างไม่เพียงพอ: ถนนที่ไม่มีไฟกิ่ง หรือไฟหน้าของรถจักรยานยนต์สว่างไม่พอ ทำให้มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางด้านหน้าในระยะเบรกที่ปลอดภัย
  • รถใหญ่จอดในที่มืด: รถสิบล้อหรือรถพ่วงมักจอดไหล่ทางเพื่อพักผ่อนหรือรถเสีย โดยไม่มีการเปิดไฟสัญญาณหรือวางป้ายเตือนสะท้อนแสง ทำให้รถที่ตามมามองเห็นได้ยากมากในความมืด
  • สัญญาณไฟท้ายไม่ชัดเจน: รถบรรทุกบางคันอาจมีไฟท้ายที่สกปรก ชำรุด หรือมีฝุ่นเกาะหนาจนทำให้แสงส่องสว่างออกมาไม่เพียงพอที่จะเตือนรถคันหลัง 

2. พฤติกรรมการขับขี่ (Driving Behavior)

  • การใช้ความเร็วสูง: การขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนดในเวลากลางคืน ทำให้ระยะในการตัดสินใจและระยะเบรกสั้นลง เมื่อเจอรถจอดหรือรถที่ช้ากว่าจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน
  • การขับขี่กระชั้นชิด (Tailgating): การขับจี้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป ทำให้มองไม่เห็นสถานการณ์ด้านหน้าของรถใหญ่ และไม่มีพื้นที่พอสำหรับการหลบหลีกหากมีการเบรกกะทันหัน
  • อาการมึนเมาหรือเหนื่อยล้า: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เมาแล้วขับ) หรืออาการง่วงนอนจากการทำงานหนัก (หลับใน) ส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองที่ช้าลงและการตัดสินใจที่ผิดพลาด 

3. ด้านอุปกรณ์และสภาพรถ (Vehicle Condition)

  • การขาดอุปกรณ์สะท้อนแสง: รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีแถบสะท้อนแสง หรือสวมเสื้อผ้าสีมืด ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นมองเห็นได้ยาก และในทางกลับกัน รถบรรทุกที่ไม่มีแถบสะท้อนแสง (Reflective Tape) ตามกฎหมายกำหนด ก็ทำให้รถเล็กกะระยะห่างได้ยากขึ้น
  • สภาพเบรกและยาง: รถจักรยานยนต์ที่มีสภาพเบรกไม่สมบูรณ์ หรือยางเสื่อมสภาพ จะทำให้ประสิทธิภาพในการหยุดรถฉุกเฉินลดลงอย่างมาก 

4. สภาพแวดล้อมและถนน (Environment)

  • ป้ายจราจรและเส้นแบ่งเลนไม่ชัดเจน: การมองไม่เห็นแนวถนนหรือหลักนำทางที่ชัดเจนในที่มืด ทำให้ผู้ขับขี่หลุดจากเส้นทางหรือเข้าไปใกล้ไหล่ทางที่รถใหญ่จอดอยู่โดยไม่ตั้งใจ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

คำแนะนำเพิ่มเติม: หากเกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้และพบว่ารถสิบล้อจอดในลักษณะที่ไม่วางสัญญาณเตือนหรือจอดในที่ห้ามจอด อาจมีประเด็นเรื่อง “ความประมาทร่วม” หรือความผิดทางกฎหมายที่สามารถตรวจสอบได้ผ่าน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หรือปรึกษาทนายความเพื่อสิทธิที่ควรได้รับครับ

รับทำเว็บไซต์ด้วย CMS Wordpress รองรับการแสดงผลหลากหลายหน้าจอ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นอะไรเราจะนำเสนอมันต่อผู้คนบนโลกใบนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ LineID : anakinzone | www.anakinstudio.com

Leave A Reply

Exit mobile version