[บุรีรัมย์]ชาวบ้านหาอึ่ง เข้าแจ้งความว่าพบกองกำลังติดอาวุธล้ำแดนไล่ยิงขู่ จนต้องทิ้งรถหนีเอาตัวรอด ขณะที่โฆษกกองทัพบกยันเป็นเพียงกลุ่มคนไทยหาของป่าที่พูดภาษากัมพูชา ด้านครอบครัวเหยื่อเดือดจัด โพสต์โต้กองทัพบิดเบือนข้อมูล ยันสามีแยกแยะออกว่าใครคือคนไทยหรือทหารเขมร

นาทีเฉียดตายกลางป่าลึก

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 บริเวณบุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นายอภิรักษ์ อายุ 63 ปี พร้อมด้วยน้องชาย ได้พากันออกไปหาอึ่งอ่างหลังฝนตก ขณะกำลังหาอึ่งอยู่นั้น นายอภิรักษ์เล่าว่าได้พบกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน อาวุธครบมือทั้งปืนและมีดในระยะประชิด และเมื่อส่องไฟตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มคนอยู่ด้านหลังอีกรวมแล้วกว่า 10 คน

นายอภิรักษ์ระบุว่า เมื่อรู้แน่ชัดว่าไม่ใช่ชาวบ้านจึงพยายามหลบหนี แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับวิ่งไล่ตามและมีการยิงปืนขู่ 1 นัด ทำให้ตนและน้องชายต้องตัดสินใจทิ้งรถมอเตอร์ไซค์และอึ่งอ่างที่หามาได้ทั้งหมด เพื่อวิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้กลางป่าลึกนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะติดต่อประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านให้เข้าไปช่วยเหลือออกมาได้ในช่วงเที่ยงคืน

ทบ. ชี้เป็น “เรื่องเข้าใจผิด” ยันไม่มีการยิงปืน

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงภายหลังการตรวจสอบพิกัดที่เกิดเหตุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “ความเข้าใจผิด” โดยระบุว่ากลุ่มคนที่ชาวบ้านพบนั้น แท้จริงแล้วเป็น “กลุ่มคนไทย” อีกกลุ่มที่เข้าไปหาของป่าเช่นเดียวกัน

โฆษก ทบ. อธิบายว่า สาเหตุที่ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นทหารกัมพูชา เนื่องจากคนกลุ่มนั้นสื่อสารกันด้วยภาษากัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ใช้ทั้งสองภาษา พร้อมทั้งยืนยันว่าจากการตรวจสอบ “ไม่พบหลักฐานการยิงปืน” ตามที่ชาวบ้านกล่าวอ้าง และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

เมียคนหาอึ่งโต้กลับเดือด “อย่าพูดบิดเบือนจนน่าทุเรศ”

ภายหลังคำชี้แจงของกองทัพบก นางกันสุดา ภรรยาของนายอภิรักษ์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ตอบโต้อย่างรุนแรง โดยยืนยันว่าสามีมีสติสัมปัญญะครบถ้วน ไม่ใช่คนขี้เมาหรือปัญญาอ่อน ย่อมต้องแยกแยะออกระหว่างคนหาของป่าชาวไทยกับกองกำลังติดอาวุธกัมพูชา

“สามีและน้องชายเกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่านมาพูดบิดเบือนจนน่าทุเรศมาก หมดศรัทธาเลยค่ะ” ภรรยานายอภิรักษ์ระบุ พร้อมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ว่ากองทัพให้ความสำคัญกับหน้าตาขององค์กรมากกว่าชีวิตของชาวบ้านหรือไม่

เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านสายโท 3 ใต้ เป็นอย่างมาก เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย แต่กลับมีกลุ่มคนติดอาวุธล่วงล้ำเข้ามาได้ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจในพื้นที่กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้


รับทำเว็บไซต์ด้วย CMS Wordpress รองรับการแสดงผลหลากหลายหน้าจอ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นอะไรเราจะนำเสนอมันต่อผู้คนบนโลกใบนี้ ติดต่อสอบถามได้ที่ LineID : anakinzone | www.anakinstudio.com

Leave A Reply

Exit mobile version