กำลังโหลดข้อมูล...

เผยผลสอบโศกนาฏกรรมคานหล่นทับรถไฟสีคิ้ว จากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ คานคอนกรีตโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงร่วงหล่นทับขบวนรถไฟ ณ อำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 31 ราย ล่าสุด ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการชี้ชัดว่า ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากความบกพร่องและสะเพร่าอย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตั้งแต่ผู้รับเหมา บริษัทที่ปรึกษา ไปจนถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยมีรายละเอียดความผิดพลาดดังนี้

🏗️ ฝ่ายที่ 1: ผู้รับจ้าง (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน))

พบพฤติกรรมการทำงานที่ข้ามขั้นตอนความปลอดภัย และละเลยคำเตือนอย่างสิ้นเชิง ดังนี้:

  • ข้ามขั้นตอนคู่มือความปลอดภัย: ละเว้นการเลื่อนขากลางมาชิดขาหน้าก่อนขยับเครน ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับ วิศวกรสนามและหัวหน้าคนงานยอมรับว่า “ทำแบบนี้เป็นประจำ”
  • เริ่มงานโดยพลการ (ไม่มีใบอนุมัติ): วิศวกรสนามสั่งลุยงานตั้งแต่ 08.00 น. โดยไม่รอใบอนุมัติทำงานและไม่แจ้งวิศวกรผู้ควบคุมงาน อ้างว่าผู้ควบคุมงานมาสาย
  • ไม่มีการขอปิดการเดินรถ (Window Time): ทำงานเหนือทางรถไฟโดยไม่แจ้ง รฟท. เพื่อระงับการเดินรถตามข้อตกลงในสัญญา พบเพียงหนังสือขอปิดทางที่ส่งล่าช้ากว่าวันเกิดเหตุ
  • เมินคำเตือนการเปลี่ยนอุปกรณ์: ที่ปรึกษาฯ เคยร่อนหนังสือเวียนเตือนตั้งแต่ปี 2566 ให้เปลี่ยนเหล็กยึด (PT Bar) ทุก ๆ 60 รอบการใช้งาน (หลังเกิดเหตุที่พระราม 2) แต่ทางผู้รับจ้างสัญญา 3-4 อ้างว่า “ไม่ทราบ”
  • ละเลยการตรวจสภาพเครน: กฎหมายกำหนดให้ตรวจทุก 3 เดือน แต่ผู้รับจ้างตรวจล่าช้ากว่ากำหนด และเอกสารรับรองครอบคลุมอุปกรณ์ยกเพียงแค่ 1 ใน 4 ชุดเท่านั้น

🔎 ฝ่ายที่ 2: ที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC)

เผยผลสอบโศกนาฏกรรมคานหล่นทับรถไฟสีคิ้ว ปล่อยปละละเลยการทำหน้าที่อภิสิทธิ์ชน ละทิ้งการตรวจสอบหน้างานจริง ดังนี้:

  • ไร้เงาเจ้าหน้าที่คุมงาน: เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (Safety) ลงพื้นที่เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนวิศวกรผู้ควบคุมงานไม่ได้ประจำจุดตลอดเวลา
  • ทุจริตเอกสาร อนุมัติงานล่วงหน้า-ย้อนหลัง: พบพฤติกรรมเซ็นอนุมัติงานล่วงหน้าหลายวัน และเซ็นย้อนหลังนานสูงสุดถึง 3 สัปดาห์ โดยที่ผู้บริหาร CSC รับรู้แต่ปล่อยผ่าน ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ร้ายแรง
  • ไม่เคยตรวจเครนตัวที่เกิดเหตุ: ตลอดระยะเวลาการใช้งานเครนยกติดตั้ง (Launching Gantry) ทั้งวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ CSC ไม่เคยลงไปตรวจสอบสภาพหรือขั้นตอนการทำงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว

🚉 ฝ่ายที่ 3: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

บริหารงานหละหลวม มอบหมายงานเกินศักยภาพ และปัดความรับผิดชอบ ดังนี้:

  • ปล่อยปละละเลยการกำกับดูแล: รฟท. มอบหมายให้วิศวกรโครงการเพียงคนเดียว แบกรับหน้าที่ดูแลพร้อมกันถึง 5 สัญญา ในขณะที่สัญญาอื่นดูแลแบบ 1 ต่อ 1 ส่งผลให้สัญญา 3-4 ที่เกิดเหตุ ขาดการเอาใจใส่และหละหลวมกว่าจุดอื่นอย่างเห็นได้ชัด
  • ผลักภาระความปลอดภัย: ปล่อยให้เรื่องความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของ CSC ฝ่ายเดียว ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว รฟท. ในฐานะเจ้าของโครงการ ไม่สามารถพ้นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบได้ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูงเหนือน่านฟ้าทางรถไฟ

บทสรุปและข้อเรียกร้องจากสังคม: ผลการสอบสวนนี้สะท้อนถึงระบบอุปถัมภ์และความมักง่ายในแวดวงการก่อสร้างไทยอย่างชัดเจน สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมจะใช้ “ไม้แข็ง” เพื่อลงโทษผู้บริหารระดับสูงและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างไร หรือสุดท้ายจะจบลงด้วยการจับเพียง “ปลาซิวปลาสร้อย” เหมือนเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มา ซ้ำเติมความสูญเสีย 31 ชีวิตให้สูญเปล่า

ขอบคุณข้อมูลข่าวจากเฟสบุ๊ค ป๋าต๋อย

Leave A Reply

error: Content is protected !!
Exit mobile version