กำลังโหลดข้อมูล...

บุรีรัมย์ (20 พ.ค. 2569) – แม่เฒ่าบุรีรัมย์หลั่งน้ำตา เกิดเหตุการณ์สุดสลดใจซ้ำเติมคนจน เมืองบุรีรัมย์ หลังผู้สื่อข่าวได้รับเสียงสะท้อนความทุกข์ระทมจากชาวบ้าน ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ที่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้านอย่างไม่รู้อนาคต เหตุจากความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อมิจฉาชีพที่มาในคราบผู้ใจบุญ

นางสำรวน ปทุมรัตน์ คุณยายวัย 70 ปี หนึ่งในผู้เดือดร้อน เปิดใจด้วยน้ำตานองหน้า เล่าถึงความหวังที่สูญสิ้นว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการหมู่บ้านได้มาแจ้งข่าวดีว่า ตนได้รับคัดเลือกให้สร้างบ้านหลังใหม่ทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม โดยใช้เงินงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) หลังละประมาณ 35,000 บาท ตอนนั้นตนดีใจมากเพราะคิดว่าจะได้หลุดพ้นจากความแร้นแค้นเสียที

“ยายดีใจมากที่จะได้บ้านใหม่ คณะกรรมการก็มารื้อบ้านหลังเก่าออกให้ เหลือไว้เพียงเสาที่ตั้งทิ้งไว้… แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป ตอนนี้นานกว่า 4 เดือนแล้วที่ยายไม่มีที่ซุกหัวนอน บ้านเก่าก็ไม่มี บ้านใหม่ก็ไม่ได้สร้าง ต้องอยู่อย่างยากลำบาก” ยายสำรวนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

ขณะที่ นางนิยม สืบดี อายุ 60 ปี เพื่อนบ้าน ได้เปิดเผยเบื้องหลังความเจ็บปวดครั้งนี้ว่า เมื่อประมาณ 5 เดือนก่อน มีชายลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง รูปร่างหน้าตาดี พูดจาน่าเชื่อถือ อ้างตัวว่าชื่อ “นายเจตริน” ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาฯ พอช. เข้ามาติดต่อว่าจะดำเนินโครงการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ในพื้นที่หลายหลังคาเรือน จนคณะกรรมการหมู่บ้านหลงเชื่อ ทำเรื่องเสนอไปยังสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.)

แต่หลังจากคณะกรรมการฯ ดำเนินการจนได้รับอนุมัติเงินสดมาเป็นเงินก้อนรวมกว่า 400,000 บาท นายเจตรินกลับใช้คารมคมคายหว่านล้อมขอเป็นผู้บริหารจัดการเงินทั้งหมด ก่อนจะเชิดเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆไปในที่สุด

ช้ำซ้ำสอง! โจ๋แสบอายุแค่ 18 ซ้ำเติมแม้กระทั่งเงินเบี้ยคนชรา

สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านต้องเจ็บช้ำน้ำใจที่สุด คือการมาพบความจริงภายหลังว่า มิจฉาชีพรายนี้มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่กลับมีความแนบเนียน รู้ช่องทางของทางราชการจนสามารถหลอกลวงผู้ใหญ่ได้ทั้งหมู่บ้าน และที่น่าเวทนาไปกว่านั้นคือ เจ้าตัวยังได้หลอกเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายซึ่งเป็น เงินเบี้ยยังชีพคนชราจำนวน 7,000 บาท ของคุณยายผู้ยากไร้ไปจนหมดสิ้น

ปัจจุบัน ชาวบ้านผู้ยากไร้หลายครอบครัวที่ถูกรื้อบ้านไปแล้ว ต้องตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กลายเป็นคนไร้ที่พึ่งพา ไร้ที่อยู่อาศัย จึงวิงวอนขอความเห็นใจจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยเร่งรัดติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี และหาทางเยียวยาคืนความสุข คืนหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝนให้กับคนชราที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในขณะนี้

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก www.khaosod.co.th

Leave A Reply

error: Content is protected !!
Exit mobile version