เวลา 17.00 น.วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 รับแจ้งจาก กู้ภัยสยามบุรีรัมย์ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนสายนางรอง – ชำนิ ใกล้เคียงร้านอาหารช้อนเงิน สาขา 2 ในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุ พบพบรถจักรยานยนต์ สีขาว ป้ายทะเบียน บุรีรัมย์ ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน 5469 บุรีรัมย์ จอดอยู่ในสภาพหน้ารถพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 60 ปี ไม่มีชีพจร กู้ภัยสยามบุรีรัมย์ ทำ CPR ฟื้นคืนชีพในที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลนางรอง เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลนางรอง และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง
เครดิต ศูนย์ข่าวกู้ภัยสยามบุรีรัมย์

อุบัติเหตุระหว่างรถกระบะและรถจักรยานยนต์ในช่วงกลางวันมักเกิดขึ้นจากปัจจัยที่ผสมผสานกัน ทั้งเรื่องพฤติกรรมการขับขี่และสภาพแวดล้อม โดยสามารถสรุปสาเหตุหลักได้ดังนี้
การใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ในช่วงเวลากลางวันที่ทัศนวิสัยชัดเจน ผู้ขับขี่รถกระบะมักมั่นใจในการควบคุมรถและใช้ความเร็วสูงเพื่อทำเวลา ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถจักรยานยนต์เลี้ยวตัดหน้าหรือเบรกกะทันหัน ระยะเบรกของรถกระบะที่มีน้ำหนักมากจะไม่เพียงพอ แรงปะทะที่เกิดขึ้นจากความเร็วสูงจึงก่อให้เกิดความรุนแรงและโอกาสสูญเสียชีวิตได้มากกว่าปกติ รวมถึงทำให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ยากขึ้น
จุดอับสายตาและการมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์
โครงสร้างของรถกระบะมีความสูงและมีเสาข้างที่อาจบดบังทัศนวิสัยได้ในบางมุม โดยเฉพาะเมื่อรถจักรยานยนต์ขับขี่ขนานไปในตำแหน่งที่กระจกมองข้างมองไม่เห็น (Blind Spot) ในช่วงกลางวันที่มีแสงจ้าหรือเงาสะท้อนจากกระจก อาจทำให้ผู้ขับขี่รถกระบะสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กได้ยากขึ้น เมื่อมีการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโค้งโดยไม่ทันระวัง จึงมักเกิดการเฉี่ยวชนกันอย่างรุนแรงเนื่องจากมองไม่เห็นคู่กรณีตั้งแต่ต้น
พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เคารพกฎจราจร
การขับขี่ที่ประมาท เช่น การเลี้ยวรถหรือกลับรถโดยไม่เปิดไฟสัญญาณ การขับรถย้อนศร หรือการฝ่าไฟแดงในช่วงที่การจราจรเบาบาง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกลางวันแสกๆ บ่อยครั้งรถกระบะอาจเร่งเครื่องเพื่อให้ทันไฟเขียว ในขณะที่รถจักรยานยนต์อาจคาดเดาความเร็วผิดพลาด หรือมีการแซงในที่คับขัน ทำให้รถทั้งสองประเภทเข้าสู่จุดปะทะพร้อมกันโดยไม่สามารถหลบหลีกได้ทันท่วงที
อาการเหนื่อยล้าและการขาดสมาธิของผู้ขับขี่
ช่วงกลางวันโดยเฉพาะช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อนจัด อาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดอาการง่วงซึมหรือ “หลับใน” ชั่วขณะได้ง่าย นอกจากนี้ การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ หรือการมีสิ่งรบกวนภายในรถ ทำให้สมาธิในการสังเกตการณ์รอบข้างลดลง เมื่อรถจักรยานยนต์ซึ่งมีความคล่องตัวสูงเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ผู้ขับขี่รถกระบะที่ขาดสมาธิจะตอบสนองช้าลงเพียงไม่กี่วินาที แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นได้
สภาพกายภาพของถนนและสิ่งแวดล้อม
แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่สภาพถนนที่มีทางแยกเยอะ ไม่มีป้ายเตือนที่ชัดเจน หรือมีสิ่งก่อสร้างบดบังสายตาตามทางโค้ง ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการชนกันได้ นอกจากนี้ แสงแดดที่แรงจัดอาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวชั่วขณะเมื่อต้องขับออกจากมุมมืด หรือแสงสะท้อนจากพื้นผิวถนนที่ร้อนระอุ ทำให้การกะระยะห่างระหว่างรถกระบะและรถจักรยานยนต์ผิดพลาดไป นำไปสู่การเฉี่ยวชนในจังหวะที่ควรจะหลบพ้น

