กำลังโหลดข้อมูล...

SpaceX ปล่อยยาน Starship V3 โดย อีลอน มัสก์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง ด้วยการทดสอบปล่อยจรวด Starship เวอร์ชัน 3 (V3) รุ่นอัปเกรดใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก แม้ว่าภารกิจนี้จะไม่ได้ราบรื่นสมบูรณ์แบบ 100% แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญของวงการอวกาศ

ยาน Starship ลำนี้มีความสูงถึง 407 ฟุต (ราว 124 เมตร) ขึ้นแท่นเป็นระบบจรวดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา โดยได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย Starbase ในรัฐเท็กซัส เมื่อเวลา 17:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากทะยานขึ้นฟ้าไปได้เพียงไม่กี่นาที ยานส่วนบน (Upper Stage) ก็สามารถแยกตัวออกจากบูสเตอร์ขับดัน Super Heavy ได้สำเร็จและมุ่งหน้าสู่อวกาศ

เจาะลึกสถานการณ์: เกิดอะไรขึ้นระหว่างภารกิจ?

แม้ภาพรวมจะดูน่าประทับใจ แต่การทดสอบครั้งนี้ก็มีทั้งส่วนที่สำเร็จและส่วนที่เกิดข้อผิดพลาด:

  • ตัวบูสเตอร์ (Super Heavy): ตามแผนหลังจากแยกตัวแล้ว บูสเตอร์จะต้องบินกลับมาจำลองการลงจอดในอ่าวเม็กซิโก แต่ทว่าเครื่องยนต์กลับไม่ยอมจุดระเบิดซ้ำ (Re-ignite) ตามที่คำนวณไว้ ส่งผลให้บูสเตอร์เสียการทรงตัว ร่วงกระแทกผิวน้ำ และระเบิดในที่สุด
  • ตัวยาน Starship: ในระหว่างทะยานสู่อวกาศ เครื่องยนต์ Raptor 1 ใน 6 ตัวเกิดดับลง แต่ยานยังคงเดินหน้าต่อและทำภารกิจสำเร็จ โดยสามารถปล่อยดาวเทียมจำลอง Starlink 20 ดวง รวมถึงดาวเทียม Starlink รุ่นปรับปรุงใหม่อีก 2 ดวงที่ติดตั้งกล้องเพื่อถ่ายภาพภายนอกยานได้สำเร็จ หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง Starship ได้จำลองการลงจอดในมหาสมุทรอินเดีย ก่อนจะพลิกคว่ำและระเบิดตามคาด

ทำไมการทดสอบครั้งนี้ถึงสำคัญมาก?

“นี่ไม่ใช่แค่การทดสอบบินธรรมดา แต่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของฮาร์ดแวร์ยุคใหม่”

  1. ทดสอบระบบจริงครั้งแรก: นี่คือการใช้งานจริงครั้งแรกของฮาร์ดแวร์ Starship V3 ที่พัฒนามานานหลายเดือน รวมถึงเป็นการทดสอบฐานปล่อยยานรูปแบบใหม่แกะกล่องที่ซุ่มสร้างมาหลายปี
  2. นวัตกรรมเครื่องยนต์ใหม่: ยานเวอร์ชันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Raptor รุ่นที่ 3 ซึ่งให้แรงขับสูงกว่าเดิมมาก แต่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนน้อยลง ทำให้ปล่อยตัวได้เร็วขึ้น และถูกออกแบบมาเพื่อให้หอปล่อยยาน “คีบจับ” กลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญทางธุรกิจ: เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO)

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่น่าจับตาที่สุดของ SpaceX เพราะบริษัทเพิ่งเปิดเผยเอกสารยื่นขอ IPO (การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก) และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

การเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้คาดว่าจะระดมทุนได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งอีลอน มัสก์ มีแผนจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้:

  • พัฒนาโครงการอวกาศต่อยอด
  • ลงทุนในโปรเจกต์ AI ขนาดใหญ่
  • ชำระหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท xAI และแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม)

Note: นั่นหมายความว่า นี่อาจจะเป็นการทดสอบยาน Starship ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นโดยไม่มีแรงกดดันหรือผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาด!

เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในอนาคต

SpaceX ทุ่มเงินมหาศาลและเวลาหลายปีในการพัฒนา Starship โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพาข้ามขีดจำกัดของมนุษยชาติไปสู่การเป็นสิ่งมีชีวิตหลายดาวเคราะห์ (Multi-planetary) โดยมีแผนจะใช้ยานนี้ในภารกิจพามนุษย์ไปดวงจันทร์ร่วมกับ NASA และเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นนี้ หน้าที่หลักของ Starship คือการขนส่งดาวเทียม Starlink รุ่นแอดวานซ์ขึ้นสู่วงโคจรโลก เนื่องจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เป็นส่วนเดียวในปัจจุบันของ SpaceX ที่ทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ภารกิจนี้นับเป็นการกลับมาบินครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หลังจากที่ล่าช้ามาจากเหตุการณ์บูสเตอร์รุ่นอัปเกรดระเบิดระหว่างทดสอบเมื่อเดือนพฤศจิกายน และปัญหาเทคนิคเรื่องสลักไฮดรอลิกที่แขนหอปล่อยยานไม่ยอมหดตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการทะยานฟ้าในที่สุด

ภาพประกอบจาก : Image Credits:SpaceX
บทความอ้างอิงจาก : techcrunch.com

Leave A Reply

error: Content is protected !!
Exit mobile version