สนามธรรมศาสตร์ สเตเดี้ยม — “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลไทยได้สำเร็จ หลังเบียดเอาชนะ พีที ประจวบ เอฟซี ไปแบบสุดมันส์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วย “ช้าง เอฟเอ คัพ 2025/26” มาครองได้สำเร็จ พร้อมสร้างสถิติเป็นสโมสรที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 8 สมัย


“ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 ดราม่า 120 นาที! กว่าจะเป็นแชมป์
เกมนี้สู้กันได้อย่างสมศักดิ์ศรีคู่ชิงชนะเลิศ โดยในเวลา 90 นาที ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างดุเดือดแต่ไม่มีฝ่ายใดเจาะตาข่ายกันได้ เสมอกันไป 0-0 ต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ
- นาทีที่ 94 (ประตูชัย): กองเชียร์เซราะกราวได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะทีเด็ดทีขาดของ โรเบิร์ต ซูลจ์ ที่สวมบทฮีโร่ซัดประตูโทนให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0
- นาทีที่ 105 (จุดเปลี่ยน): สถานการณ์ของประจวบ ต้องระทึกหนักขึ้นไปอีก เมื่อ เอ็ดการ์ เมนเดซ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้ประจวบเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
ในช่วงเวลาที่เหลือ พีที ประจวบ เอฟซี พยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่หวังทวงประตูคืน แต่ด้วยผู้เล่นที่น้อยกว่า และตามอยู่ 1 ประตูทำให้ผู้เล่นที่เหลือทำเกมส์สู้บุรีรัมย์ไม่ได้เลย แนวรับของ “ปราสาทสายฟ้า” ยังคงเหนียวแน่น จบเกม 120 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะไปได้ 1-0 ป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกหนึ่งสมัย


ชัยชนะในนัดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 8 (มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย) เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาคว้า “ทริปเปิ้ลแชมป์” (Triple Champions) อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้ หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาเดินหน้ากวาดแชมป์มาแล้ว 2 รายการ ประกอบด้วย:
- ฟุตบอลไทยลีก (Thai League)
- ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน (Shopee Cup)
- ฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ (Chang FA Cup)
บทสรุปการแข่งขัน:
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1 – 0 พีที ประจวบ เอฟซี (เสมอในเวลา 0-0, บุรีรัมย์ฯ ชนะช่วงต่อเวลาพิเศษ)
ผู้ทำประตู: 1-0 โรเบิร์ต ซูลจ์ น.94 | ใบแดง: เอ็ดการ์ เมนเดซ (ประจวบฯ) น.105
ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ Chang FA Cup

